wunca 22 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ข้อมูลสถาบัน PDF Print E-mail
  
Saturday, 09 August 2008 14:49
 


          ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่๕รัฐบาลมี นโยบายกระจายโอกาสทางการศึกษา ระดับอุดมศึกษาไปสู่ภูมิภาคและ ชนบท ให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น ใน พ . ศ . ๒๕๒๗ ทบวงมหาวิทยาลัยจึง เสนอให้ รัฐบาลจัดตั้งมหาวิทยาลัยใหม่ในส่วนภูมิภาค ๕ แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ ๑ แห่ง ภาคใต้ ๑ แห่ง ภาคตะวันออก ๑ แห่ง และภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ๒ แห่ง ในส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้จัดตั้ง วิทยาลัยในสังกัด มหาวิทยาลัยขอนแก่นขึ้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และ จังหวัดนครราชสีมา โดยวิทยาลัยที่จัดตั้งขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา ให้ใช้ชื่อว่า “ วิทยาลัยสุรนารี ” และเลือกพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม บริเวณ อ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ ประมาณ ๗ , ๐๐๐ ไร่ เป็นที่ตั้ง


 

 

        ต่อมารัฐบาลซึ่งมี ฯพณฯ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็น นายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นความจำเป็น ในการเร่งรัดจัดตั้งมหาวิทยาลัย เพิ่มขึ้นในส่วนภูมิภาค เพื่อให้มีศักยภาพ และความพร้อมที่จะสนองความ ต้องการของการ พัฒนาประเทศในภูมิภาคต่างๆ ดังนั้น คณะรัฐมนตรีใน คราวประชุม เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๓๑ จึงมีมติให้ยกฐานะวิทยาลัย ในภูมิภาคทั้ง ๕ แห่ง เป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ พร้อมกันนี้ ได้อนุมัติ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดตั้ง มหาวิทยาลัยสุรนารี ” โดยมีปลัดทบวง มหาวิทยาลัย ( ศาสตราจารย์ ดร . วิจิตร ศรีสอ้าน ) เป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้จัดทำโครงการ จัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สุรนารีเสนอต่อรัฐบาล พร้อมทั้งเสนอร่าง พระราชบัญญัติจัดตั้ง มหาวิทยาลัย ต่อสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุม พ . ศ . ๒๕๓๒

 

 

เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยใน พระราชบัญญัติดังกล่าว และได้ประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๓๓ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีจึงได้ถือเอาวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๓ เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย



 


ในช่วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๓๓ - พฤษภาคม ๒๕๓๖ มหาวิทยาลัยได้พัฒนาที่ทำการโดยจัดจ้างก่อสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้าง และจัดให้ มีพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๓๓ อาคารและสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่แล้วเสร็จทันการเปิดดำเนินการรับนักศึกษาในเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๖


 

 

 

 

ปณิธาน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่ไม่เป็นส่วนราชการ อยู่ในกำกับของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มุ่งเสริมสร้างความคล่องตัว และ ประสิทธิภาพในการบริหาร ส่งเสริมเสรีภาพทางวิชาการในการดำเนินงาน เป็นชุมชนทางวิชาการที่เป็น แหล่งรวมผู้รู้ ผู้เรียน และสรรพวิทยาการด้านศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีคุณประโยชน์ต่อ บุคคล และสังคมมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีปณิธานอันมั่นคง ที่จะดำรงความเป็นเลิศในทุกภารกิจ พัฒนาคุณ ภาพชีวิต มุ่งผลสัมฤทธิ์ในการสะสม และสร้างสรรค์ภูมิรู้ภูมิธรรม และภูมิปัญญา เพื่อพัฒนามนุษยชาติ ชั่วนิรันดร์

 

วิสัยทัศน์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่เป็นเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่สร้างสรรค์ภูมิรู้ ภูมิธรรม และภูมิปัญญา เพื่อการพัฒนาสังคมที่มีความสุขและยั่งยืน

 

ยุทธศาสตร์การพัฒนา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาและเป้าหมายไว้ 5 ประการ ดังนี้
1. ขยายตัวอย่างระมัดระวัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนาร ีให้ความสำคัญกับการดำเนินการพัฒนา มหาวิทยาลัยในส่วนที่สามารถทำได้ดีที่สุดก่อน เป็นส่วนที่หน่วยงานอื่นไม่สามารถทำได้ หรือทำได้ไม่เพียงพอ และมีความต้องการสูงในช่วง พ.ศ. 2545 - 2554
2. ระดมทรัพยากรและสรรพกำลังมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งการสรรหาให้เพียงพอ และพัฒนา ให้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ในทุกภารกิจ และการระดมทุนเพื่อประกันโอกาสให้นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถเรียนได้
3. สร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขัน โดยสร้างนวัตกรรมใหม่ สร้างปัจจัยคุณภาพ เน้นการใช้เทคโนโลยีที่ เหมาะสม ตลอดจนการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อให้สามารถดึงดูดคณาจารย์และบุคลากรตลอดจนนักศึกษามาสู่มหาวิทยาลัย รวมทั้งการกระทำภารกิจทุกด้าน ให้เกิดความเป็นเลิศสามารถแข่งขันได้ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ
4. รักษาจุดแข็งและข้อดีที่มีอยู่ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น เช่น การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ระบบรวม บริการ ประสานภารกิจ การถ่ายโอนงานให้ภาคเอกชน เป็นต้น
5. สร้างทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนา ของมหาวิทยาลัยให้เป็นต้นแบบ และขยายผลไปสู่ การบริการทางวิชาการ และการให้คำแนะนำปรึกษาแก่หน่วยงานภายนอก

 

ภารกิจ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีมีภารกิจหลัก 5 ประการ ได้แก่
1. ผลิตและพัฒนากำลังคนระดับสูงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของการพัฒนาประเทศ
2. วิจัยและค้นคว้าเพื่อสร้างสรรค์ จรรโลงความก้าวหน้าทาง วิชาการและการนำผลการวิจัยและพัฒนาไปใช้ในการพัฒนาประเทศ
3. ปรับแปลง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้ประเทศไทยพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาได้มากขึ้น
4. ให้บริการทางวิชาการแก่ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
5. ทะนุบำรุงศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติ และของท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะและวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ






 

Last Updated ( Wednesday, 26 May 2010 23:10 )
 
















จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday16
mod_vvisit_counterYesterday54
mod_vvisit_counterThis week152
mod_vvisit_counterThis month1166
mod_vvisit_counterAll111909